Cocoa Butter ที่ดี ดูยังไง?

Cocoa Butter

โกโก้บัทเทอร์ เนยโกโก้ หรือ ไขมันโกโก้

1. ต้องมีกลิ่นที่ดี หรือ ไม่มีกลิ่นก็ดี

อาจจะฟังดูงงๆ แต่หมายความตามนั้นเลย ผู้เขียนไม่ได้พิมพ์ผิดแต่อย่างใด…

โกโก้บัทเตอร์หรือที่เรียกว่าเนยโกโก้นั้น มี 2 ประเภทคือ “โกโก้บัทเตอร์แบบที่ไม่ได้สกัดกลิ่น” และ “โกโก้บัตเตอร์แบบสกัดกลิ่นออกแล้ว”

โดยในกระบวนการนั้น เมื่อสกัดตัวไขมันโกโก้ออกมาจากเมล็ดโกโก้แล้ว ในธรรมชาติของตัวมัน จะยังคงมีกลิ่นหอมของโกโก้จางๆอยู่ไม่มากก็น้อย ซึ่งหากจะนำไปเป็นส่วนผสมของช็อกโกแลตบาร์หรือขนมอื่นๆที่เป็นรสโกโก้ด้วยกันนั้น กลิ่นของโกโก้ที่คงค้างอยูในตัวไขมันโกโก้นี้ จะเป็นตัวช่วยเพิ่มความหอมไปในตัว แต่หากจะนำโกโก้บัทเทอร์ไปเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์อื่นๆที่คุณต้องการเพียงคุณสมบัติทางไขมันโกโก้ แต่ไม่ได้ต้องการกลิ่นโกโก้ไปปะปน เช่น เครื่องสำอางค์ ครีมทาผิว รวมไปจนถึงขนมอื่นๆที่ไม่อยากให้มีรสโกโก้เข้าไปผสมให้เสียรสชาติ ก็ควรเลือกใช้ไขมันโกโก้ชนิดที่ไม่มีกลิ่นนั่นเอง

Cocoa Butter

โกโก้บัทเทอร์ ใช้เป็นส่วนผสมหลักของ White Chocolate

ดังนั้น ในส่วนของการตรวจสอบคุณภาพของไขมันโกโก้เพื่อเลือกใช้นั้น ควรตรวจสอบให้ดีว่ามีกลิ่นที่ดีหรือเป็นประเภทที่ไม่มีกลิ่นตามความต้องการของเราหรือไม่ และหากพบว่ามีกลิ่นที่ไม่ดีเช่นกลิ่นไขมันหืน นั่นหมายความว่าโกโก้บัทเทอร์หรือเนยโกโก้นั้นอาจถูกเก็บไว้นานเกินไป หรือในช่วงการสกัดไขมันโกโก้นั้นมีการปนเปื้อนและผิดพลาดในช่วงการสกัดก็เป็นได้

2. เป็นไขมันโกโก้แท้100% ไม่โดนผสมด้วยไขมันอื่นๆ

หลายท่านอาจจะสงสัยว่า แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าโกโก้บัทเทอร์ที่เราเห็น เป็นไขมันโกโก้แท้100%จริงๆ?

อันดับแรกเลยคือ เราไม่สามารถมองได้ด้วยตาเปล่า เพราะไขมันโกโก้จากเมล็ดโกโก้ที่หลากหลายแหล่งปลูกนั้น ให้สีที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงมิได้หมายความว่าโกโกบัทเทอร์ที่สีซีดจะไม่ดี หรือ โกโก้บัทเทอร์ที่สีเหลืองเข้มจะดี แต่เราต้องดูจากคุณสมบัติอื่นๆเข้ามาประกอบการพิจารณาด้วย เช่น จุดหลอมเหลวของไขมัน เนื่องจากเราต้องการแยกแยะว่าโกโก้บัตเตอร์ที่เรากำลังเลือกซื้อนั้น มีไขมันอื่นๆ ปะปนอยู่หรือไม่ โดยเราสามารถนำโกโก้บัทเทอร์มาละลายดู และแยกแยะจากคุณสมบัติของจุดหลอมเหลวที่แตกต่างกันในแต่ละชนิดไขมัน

ไขมันโกโก้จะมีจุดหลอมเหลวอยู่ที่ประมาณ 30-40 องศาเซลเซียส ซึ่งหากเกินอุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียสไปแล้วไขมันโกโก้ของคุณยังไม่ละลาย ให้ตั้งสมมุติฐานได้เลยว่านั่นอาจเป็นไขมันโกโก้ที่โดนผสมด้วยไขมันอื่นๆ หรือถูกผสมด้วยสารคงตัวต่างๆก็เป็นได้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หากการถูกผสมเป็นไปในปริมาณที่ไม่มาก หรือไขมันอื่นๆที่ถูกนำมาผสมมีจุดหลอมเหลวที่ใกล้เคียงกันกับโกโก้บัทเทอร์ของเรา เราก็อาจตรวจสอบด้วยวิธีนี้ไม่ได้เช่นกัน ดังนั้น คุณจึงจำเป็นต้องพิจารณาคุณสมบัติอื่นๆประกอบกันด้วย

3. มีรสชาติดีในแบบที่ไม่มีรสชาติ

ผู้เขียนไม่ได้ล้อเล่นกับคุณแต่อย่างใด เพราะรสชาติที่ดีของไขมันโกโก้ คือต้องไม่มีรสชาติ..

คุณเคยลองชิมไขมันโกโก้กันดูแล้วหรือยัง?

โดยปกติแล้ว สิ่งที่คุณจะสัมผัสได้มากที่สุดจากการชิมเจ้าไขมันโกโก้นี้คือ ความรู้สึกของความมันลื่นบนลิ้นโดยคุณจะรับรู้ได้ถึงกลิ่นบางๆของโกโก้เท่านั้น แต่ไม่มีรสชาติใดๆเลย ซึ่งในการชิมโกโก้บัทเทอร์เปล่าแบบนี้หลายคนอาจจะรับไม่ได้และรีบคายออกทันที ดังนั้นจึงเป็นที่แน่นอนว่า จะไม่มีใครทานไขมันโกโก้เปล่าๆโดยไม่ผสมอะไร ทำให้โกโก้บัทเทอร์จะถูกใช้เป็นวัตถุดิบของการผลิตสิ่งอื่นๆออกมาเสียมากกว่า โดยเฉพาะในส่วนของการทำขนมหวานต่างๆ โกโก้บัตเตอร์จะกลายเป็นพระเอกที่ช่วยเพิ่มความมันอร่อยให้แก่ส่วนผสมอื่นๆ เป็นตัวเคลือบผิวขนม ฯลฯ ดังนั้นเนยโกโก้นี้จึงเป็นส่วนผสมที่เป็นที่นิยมมาก เพราะเป็นทั้งผลิตภัณฑ์ที่เป็น Dairy Free เป็น Vegan และคีโตก็สามารถทานได้ อีกทั้งยังมีคุณค่าทางสารอาหารอีกมากมาย และในขณะเดียวกันนั้น ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางค์และครีมบำรุงผิวพรรณก็นิยมใช้โกโก้บัทเทอร์เป็นส่วนผสมอีกเช่นกัน

ศึกษาข้อมูลทางด้านคุณสมบัติทางสารอาหารเพิ่มเติมได้ที่นี่ โกโก้บัตเตอร์คืออะไร

4. หีบห่อและบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม

Cocoa Butter

ควรเก็บโกโก้บัทเทอร์ให้พ้นจากความชื้นและแสงแดด หลีกเลี่ยงสถานที่อุณหภูมิสูงด้วยเช่นกัน

ในเรื่องของการเก็บรักษาโกโก้บัทเทอร์ให้คงคุณภาพดีให้ได้นานที่สุดก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะในอุณหภูมิของประเทศไทยเรามีความเสี่ยงที่จะทำให้ไขมันโกโก้ละลายได้ง่าย ดังนั้น หีบห่อต้องสามารถทนความร้อนได้ในระดับหนึ่ง และยิ่งดีที่สุดคือสามารถปกป้องโกโก้บัทเทอร์จากแสงแดดและความชื้น หากเก็บรักษาได้ดี โกโกบัตเตอร์ของเราก็สามารถเก็บรักษาได้ยาวนานหลายปีเลยทีเดียว

5. อย่าลืมสอบถามกรรมวิธีในการสกัดโกโก้บัทเทอร์จากผู้ผลิต

Cocoa Butter

การสกัดไขโกโก้ด้วยกรรมวิธีสกัดเย็น (Cold Pressed Cocoa butter) ได้รับความนิยมสูงสุด เนื่องจากจะยังคงคุณค่าทางอาหารได้สูงสุด

เป็นที่แน่นอนว่า โกโก้บัทเทอร์แบบสกัดเย็น(Cold pressed Cocoa Butter) เป็นกรรมวิธีที่นิยมมากที่สุด เพราะการสกัดเย็นจะช่วยให้สามารถคงคุณค่าทางสารอาหารไว้ได้สูง เพราะจะไม่มีการทำให้เกิดความร้อนไปทำลายคุณค่าภายในนั่นเอง แต่ทั้งนี้ คุณอาจไม่ทราบว่า ยังมีวิธีการสกัดไขมันโกโก้ออกมาด้วยสารเคมีที่จะทำให้ไขมันแยกชั้นออกมา การแยกไขมันด้วยวิธีการทางเคมีนั้น หากผู้ผลิตมีความรู้ไม่เพียงพอ หรือผู้ควบคุมการผลิตไม่ชำนาญการ ก็มีโอกาสที่จะเกิดสารเคมีตกค้างได้ ดังนั้นควรศึกษาข้อมูลและรายละเอียดของตัวโกโก้บัทเทอร์ให้ดีก่อนการตัดสินใจซื้อกับผู้ขายนั้นๆ